เว็บพนันบอลออนไลน์ จากลีกเอิงสู่ซูเปอร์สตาร์ : ปาทริซ เอฟรา

เว็บพนันบอลออนไลน์

หนึ่งในแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกในยุคของเขา แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสเริ่มต้นด้วยความมุ่งมั่นอยากยิงประตู มากกว่าจะคอยป้องกันประตูเพียงอย่างเดียว

เว็บพนันบอลออนไลน์ ปาทริซ เอฟรา ไม่เคยอยากจะเป็นกองหลัง เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่น้อยทีเดียวสำหรับนักเตะที่เคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลก เขาเริ่มต้นจากความต้องการอยากจะยิงประตู ไม่ได้อยากป้องกันประตูแต่อย่างใด

เอฟราเกิดที่ดาการ์ ประเทศเซเนกัล พ่อของเขาเป็นทูตและพาครอบครัวของเขาไปอยู่เบลเยียมในตอนที่เอฟราอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น ในสมัยยังเป็นเยาวชน เขาเคยทดสอบฝีเท้ากับตูลูส แล้วจากนั้นก็เป็นเปแอสเชที่เซ็นสัญญาคว้าตัวเขามาเล่นปีก

อย่างไรก็ดี เขาถูกปล่อยตัวออกมาในภายหลัง และต้องรอจนถึงอายุ 17 ปีกว่าจะได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว เมื่อเล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับท้องถิ่นและเกิดไปเตะตาแมวมองจากอิตาลี และได้เซ็นสัญญาเข้าทีมเยาวชนของโตริโน ในเวลาต่อมา

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง สโมสรในเซเรีย ซี มาร์ซาลา เสนอสัญญานักเตะอาชีพให้เขา มันเหมือนฝันที่เป็นจริงที่ได้ยืนหน้ากระจกและเห็นตัวเองสวมชุดวอร์มของสโมสร เพื่อเตรียมตัวลงฝึกซ้อมครั้งแรก

“มันเหมือนสวรรค์เลยล่ะ” เอฟรากล่าว “จนถึงวันนี้ มันก็ยังเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดที่ผมมีในเกมฟุตบอล ผมได้เป็นนักเตะอาชีพในที่สุด”

อย่างไรก็ดี ความรู้สึกดังกล่าวก็อยู่กับเขาไม่นานนัก หลังผ่านไป 27 นัด เขาก็ย้ายไปอยู่กับมอนซาในเซเรีย บี ทว่าทีมในระดับลีกสูงสุดก็ยังเมินเขาอยู่ การขาดโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่ทำให้เขาต้องโบกมือลาอิตาลีหลังผ่านไป 2 ฤดูกาล

จากนั้นก็เป็น นีซ ซึ่งตอนนั้นอยู่ในลีกเดอที่ใช้บริการฝีเท้าของเขา อย่างไรก็ดี เอฟราได้รับโอกาสลงสนามไม่มากนักในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวกลางรวมถึงปีก ผลงานของเขาดีพอให้ถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2001-02 แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บในตำแหน่งแบ็คซ้าย คือจุดเริ่มต้นสู่ความยิ่งใหญ่ของเอฟรา

เขาขยับลงมาเล่นแบ็คซ้ายหลังจากที่ผู้เล่นตัวหลักในทีมบาดเจ็บกันเป็นว่าเล่น และการถอยลงมาเล่นเกมรับทำให้เขากลายเป็นตัวจริงของนีซในที่สุด

เอฟราคาดเดาไว้ว่าเขาจะได้กลับคืนสู่ตำแหน่งที่ถนัดในเกมต่อๆ ไป แต่ผู้จัดการทีมของนีซมีไอเดียที่ต่างออกไป เขาบอกเอฟราว่า จะเลือกลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย หรือว่าจะไม่ได้รับโอกาสลงเล่นอีกเลย

สโมสรได้เลื่อนชั้นไปเล่นในลีกเองได้เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี ขณะที่เอฟราได้อยู่ในทีมแห่งฤดูกาลของลีกเดอด้วย

แต่จนถึงตอนนั้น เขาก็ยังไม่ได้มองว่าตัวเขาเป็นแบ็คซ้าย ถึงแม้ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเขาจะไปเตะตาดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ที่โมนาโก ในฤดูกาลต่อมา เอฟราก็ยังพร้อมจะกลับไปเล่นในตำแหน่งเกมรุกเหมือนเดิม

แต่เดส์ชองส์ก็คุยกับเขาในเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ด้วยการวางให้เขาเป็นหนึ่งในแผงแบ็คโฟร์ที่เก็บได้ถึง 16 คลีนชีตในฤดูกาลที่พวกเขาคว้าอันดับสองในลีกเอิง ด้วยการมีแต้มเป็นรองลียงอยู่เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น

ความสามารถในเกมรุกของเอฟรายังคงมีประโยชน์ในตำแหน่งใหม่ของเขา ด้วยการวิ่งเติมเกมรุกที่เฉียบขาดทำให้เขาได้รับการจับตามองจากยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป

จากการอบรมสั่งสอนโดยเดส์ชองส์ ซึ่งเอฟราเป็นคนให้เครดิตว่ามีส่วนอย่างมากต่อพัฒนาการของเขาในตำแหน่งกองหลัง เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมโมนาโกที่สร้างผลงานสะเทือนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ หลังจากหักด่านทีมใหญ่อย่างเรอัล มาดริด และเชลซี มาได้ในรอบน็อคเอาท์ ก่อนจะไปแพ้ปอร์โต้ของโชเซ มูรินโญ และได้เพียงรองแชมป์อย่างน่าเสียดาย